ผู้หญิงฉลาดรักย่อมรู้จักผู้ชายในหลายแง่มุม แต่ที่ควรรู้จักคือจิตใจของเธอเอง
รู้จักศักยภาพและคุณค่าในตัวชัดเจน รู้ว่าควรทุ่มเทใจของตัวเองแค่ไหน และสมควรได้รักตอบเพียงใดรวมเคล็ดลับต่างๆ ที่ผู้หญิงควรรู้บ้าง ดังนี้
1. รู้ว่า… ต้องใช้ชีวิตคุ้มค่า เมื่อมีคนรัก จงปรับเปลี่ยนเฉพาะในส่วนที่ทำให้ชีวิตคู่ราบรื่น หากคุณเปลี่ยนแปลงไปทุกอย่างกลายเป็น ผู้หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งเขาไม่คุ้นเคย เขาก็จะค่อยๆ หมดความสนใจในตัวคุณ ถ้าคุณมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง แล้วใครจะมองเห็นคุณค่าของคุณ
(แต่บางคนไม่เปลี่ยน ไม่ปรับเลยนี่สิ.. ทั้งๆ ที่รู้ว่าปรับแล้วมันจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้น อันนี้ก็น่ากลัวนะ)2. รู้ว่า… เซ็กส์ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าคุณจะหลงเสน่ห์เขาแค่ไหน ไม่ว่าความสัมพันธ์จะดำเนินต่อไปอย่างไรอย่าลืมว่าคนแปลกหน้าก็ ยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่ดี ถึงประวัติส่วนตัวเขาจะดี แต่ที่แน่ๆ คุณไม่มีโอกาสรู้ว่าเขามีโรคติดต่อทางเพศหรือเปล่า ไม่จำเป็นที่คุณต้องมีอะไรกับเขาถ้าคุณยังไม่พร้อมในทุกด้าน เรารู้จักรักผู้ชายได้โดยไม่ต้องมีเซ็กส์ด้วย
(ใครๆ ก็อยากดมกลิ่นหอมๆ ของดอกไม้ใหม่ๆ ครั้งแรกก็หอมมาก ต่อไปก็หอมดี ดมบ่อยๆ เริ่มชิน เลยไม่หอม นำไปสู่การแสวงหาดอกไม้ดอกใหม่ๆ.. ดอกไม้นะครับ ดอกไม้ อิอิ)3. รู้ว่า.. ผู้ชายแสนดีไม่จำเป็นต้องหล่อ ถ้าเขาคนนั้นทำให้คุณมีความสุข อบอุ่น หัวเราะได้มีความชอบอะไรเหมือนกันหลายอย่าง แถมเขายังฉลาด แต่ไม่หล่อเลย คุณสาวๆ ลองไปเดินสังเกตุตามซูเปอร์มาเก็ตดู ผู้ชายที่มาซื้อของกับครอบครัวหรือเล่นอยู่กับลูกๆ ตามชายหาด แฟมิลี่แมนเหล่านี้หน้าตาอาจจะไม่เหมือนนายแบบในนิตยสารเลย แต่เขานี่แหละที่เหมาะจะเป็นพ่อของลูกคุณ
(หล่อด้วย นิสัยดีด้วย ก็.. พี่เคน ธีรเดช งายยย ผมยังชอบเลย กรี๊ดดดดด)4. รู้ว่า.. ความเป็นเพื่อนยาวนานกว่าความรัก หากคุณ และเขามีปัญหาทะเลาะกันบ่อยๆ ในยามเป็นคนรักกัน ลองคุยกันแล้วเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้เป็น รักแบบเพื่อน เสียก่อน เรียนรู้ที่จะคบและศึกษานิสัยใจคอกันไปนานๆ แล้วค่อยพัฒนาความสัมพันธ์นั้นไป สู่การเป็นคนรักกัน คู่รักคือมิตรภาพที่ยาวนาน
(เห็นด้วยนะ.. มิตรภาพที่ยืนยาว คือคำว่าเพื่อน เพื่อน นี่ลึกซึ้งกว่าคนรักนะ.. แต่ต้องระวัง บางคนที่อะไรๆ ก็เพื่อนมาก่อน ให้ความสำคัญก่อน อันนี้.. ระวังจะเสียคนรักเน้อ)5. รู้ว่า.. ความรักมีปริมาณ 50-50 สิ่งที่คู่รักต้องการคือ ความรักที่พบกันครึ่งทาง มีการให้ และรักอย่างสมดุล ต่างฝ่ายต่างเอาใจใส่ห่วงใยกัน ช่วยเหลือกัน มอบความรักให้อีกฝ่ายเท่าเทียมกัน ไม่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป
(หลายคนมองข้ามจุดนี้ไปนะ.. อื่มม ผมเองก็เหมือนกัน ต้องเริ่มทำบ้างละ)6. รู้ว่า.. ทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัว ในเรื่องความเป็นส่วนตัว ไม่มีใครบอกได้ชัดเจนว่า แค่ไหน และอย่างไร ควรเปิดเผยเรื่องส่วนตัวต่อกันได้ มากน้อยแค่ไหน แต่ละคนมาจากพื้นฐานไม่เหมือนกัน ในพื้นที่ส่วนตัวนั้น ควรตกลงกันก่อนที่จะสร้างความสัมพันธ์กับใคร ควรพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องนี้อยู่เสมอ ในความเป็นจริงของของเขาคือของเขา ไม่ใช่ของคุณ และ ของของคุณคือของคุณ ไม่ใช่ของเขา
(การเคารพในความเป็นส่วนตัวของกันและกัน สุดแสนจะสำคัญครับ อย่าล้ำเส้น จงให้เกียรติ และให้พื้นที่เหล่านั้นซึ่งกันและกัน เพราะแต่ละคน.. แม้จะรักกันแค่ไหน ก็ต่างย่อมต้องการความเป็นส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น ว่ามะ)7. รู้ว่า.. เราไม่มีวันเปลี่ยนแปลงผู้ชายได้ เหตุผลก็คือ เราไม่สามารถ และไม่สมควรที่จะพยายามเปลี่ยนสิ่งที่เขาชอบหรือไม่ชอบ ไม่มีใครเปลี่ยนใครได้นอกจากตัวของเขาเอง เก็บพลังใจกาย และเวลาอันมีค่าที่จะสูญเสียไปไว้ให้ กับคนที่ต้องการความสัมพันธ์ดีๆ กับเราดีกว่า หรือทำอะไรก็ได้ร้อยแปดประการที่ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น หากเขาแสดงการไม่ให้เกียรติคุณเขาก็ไม่สมควรที่จะได้รับความรัก ห่วงใยจากคุณอีก ถ้าปล่อยให้เขาทำตัวแย่กับเราเขาก็จะแย่ลงเรื่อย ๆ
(ถ้ารักใครแล้ว.. ไม่คิดจะเปลี่ยนเพื่อคนที่เรารัก อย่างนี้เค้าไม่เรียกว่ารัก แต่เรียก "เห็นแก่ตัว" ให้เค้าเปลี่ยนด้วยตัวของเค้าเอง ดีกว่าให้เค้าเปลี่ยนเพราะ "ต้องเปลี่ยน" เพื่อใคร)8. รู้ว่า.. ความใกล้ชิด ร้องขอกันไม่ได้ อยู่ที่ความต้องการและความรับผิดชอบ และความรู้สึกที่สองฝ่ายมีให้กัน หากคุณต้องการความไว้ใจ คุณต้องให้เขาก่อน และหากคุณต้องการความใกล้ชิด คุณต้องลองเป็นฝ่ายมีเวลาให้เขาก่อน
(ใครๆ ก็อยากมีเวลาใกล้ชิดด้วยกันทั้งนั้น กับคนที่เรารัก.. เรื่องใกล้ชิดนะ ไม่ใช่เรื่องเซ็กซ์ แต่บางครั้ง ความรับผิดชอบ ความมุ่งมั่น ความตั้งใจของคนรัก ก็อาจทำให้ความใกล้ชิดน้อยลง เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ "ความเข้าใจ" คือสิ่งที่สำคัญ ถ้าคุณมั่นใจว่า เขา/เธอ มุ่งมั่น ตั้งใจ และมีเวลาให้คุณน้อยลง ใกล้ชิดน้อยลง อันเนื่องมาจากที่เค้าทำอะไรเพื่อคุณ เพื่อครอบครัวของคุณแล้วละก็.. จงมองข้าม และเสียสละซะ.. เชื่อผมเถอะ ผมก็คิดแบบนี้.. จริงๆ)9. รู้ว่า.. งานบ้านไม่ใช่เฉพาะของผู้หญิงฝ่ายเดียว ความสัมพันธ์จะยืดยาวต้องอาศัยคนสองคนมีบทบาทร่วมกัน ปัจจุบันผู้หญิงไม่ได้ถูกจำกัดให้ทำงานอยู่แต่ในบ้านเท่านั้น ต้องรู้วิธีแบ่งงานในบ้านให้ร่วมกันทำได้ทั้งสองฝ่ายโดยที่ไม่เ สียความรู้สึก และผู้ชายที่ทำงานบ้านเป็น เป็นผู้ชายที่เซ็กซี่ที่สุด
(ถ้าเค้าจะทำ จงปล่อยให้เค้าทำ แม้จะเลอะเทอะ หรือไม่ได้ดังที่คุณทำก็ตาม ความหยาบ เป็นของคู่กับชายมาแต่ไหนแต่ไรละ ซึ่งถ้าเค้าจะช่วยคุณทำละก็ คุณจงยิ้ม และดีใจเถอะว่า เค้ารักคุณ.. และถ้าคุณจะปฏิเสธไม่ให้เค้าทำ คุณก็ควรจะหาคำพูดดีๆ มาบอกเค้า หาเหตุผลดีๆ มาให้เค้า ไม่ใช่ว่า ไม่ให้เค้าทำเพราะเหตุผลในเชิงลบ.. นั่นจะทำให้เค้ารู้สึกด้อยค่า และสูญเสียความมั่นใจไปเลยก็ได้)10. รู้ว่า.. เป็นคนรักต่างกับคนรับใช้ จริงแล้วผู้ชายที่มีความรับผิดชอบดี เขาจะไม่ชอบผู้หญิงที่อ่อนแอ และเป็นเบี้ยล่างให้เขาตลอดเวลา หรือเกรงใจผู้อื่นจนปฏิเสธใครไม่เป็น เราต้องรู้จักปฏิเสธและโต้กลับบ้าง การปฏิเสธข้อเรียกร้องของคนอื่นบ้างไม่ใช่เรื่องหยาบคาย
(โดยธรรมชาติของผู้ชายแล้วมักจะชอบเป็นผู้นำ การมีชีวิตคู่ที่ฉลาดนั้น แม้คุณ (ผู้หญิง) จะเก่งขนาดไหนก็ตาม ฉลาดเท่าใดก็ตาม บางครั้งคุณต้องยอมไม่รู้บ้างเมื่ออยู่กับเค้า (ซึ่งผมแน่ใจว่าผู้ชายของคุณ สติปัญญาก็คงไม่ได้ห่างชั้นจากคุณสักเท่าไหร่.. ไม่งั้นคุณคงไม่เลือกแล้วใช่มะ?) การอยู่กับคนที่เราไม่สามารถแสดงออกถึงความเป็นผู้นำได้เลย มันไม่มีความสุขเลยนะ และท้ายสุด ชีวิตคู่ของคุณมันก็อาจไม่ราบรื่น เพราะยังไงผู้ชาย ก็ยังต้องการเป็นผู้นำอยู่วันยันค่ำ.. ให้เค้านำเหอะ คุณดูอยู่ห่างๆ คอยควบคุมไม่ให้มันมากไปเท่านั้น..ดีกว่านะ)11. รู้ว่า.. การแต่งงานไม่ใช่กระดาษแผ่นเดียว ใบทะเบียนสมรสไม่ใช่สิ่งที่จะรับรองว่าชีวิตคู่ของคุณจะอยู่กันตลอดรอดฝั่งแต่การแต่งงานนั้นเป็น ”งาน” จริงๆ งานที่ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ ต้องทำความตกลงกันในหลายเรื่องอาศัยการประนีประนอม และหมายถึงการใช้ชีวิตซ้ำๆ ในแต่ละวันกับมนุษย์คนเดิมซึ่งเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องได้ดั่งใจคุณทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องรู้สึกหรือมีความคิดเห็นเหมือนคุณทุกเรื่องและชีวิตคู่ไม่ต้องโรแมนติกตลอดเวลาก็สามารถมีความหมายลึกซึ้ง และเป็นรักที่แท้ และฉลาดได้
(ผู้ชายที่มีความรักจริงกับผู้หญิง ผมเชื่อว่าทุกคนอยากจะมอบวันพิเศษให้กับคู่ของเค้า นั่นคือวันแต่งงาน แต่แน่นอน.. การที่ไม่แต่งงาน ไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่รักคุณ ฟังดูเหมือนเห็นแก่ตัวนะ แต่มันคือความจริง ความรัก ความเข้าใจ ความมั่นคง ที่เค้ามีให้คุณต่างหาก สำคัญมากกว่างาน "แต่งงาน" เสียอีก)12. รู้ว่า.. ไม่ควรประจานข้อบกพร่องของตัวเองให้เขาฟัง ทุกคนย่อมมีข้อเสียหรือนิสัยแย่ๆ กันทั้งนั้น แต่ๆๆๆ ก็ไม่ต้องไม่แฉทั้งหมดว่า เรามีข้อเสียอะไรบ้างเดี๋ยวพาลจะโบกมือบ๊าย บายกันไปซะก่อนจะได้คบกัน.. และแน่นอนหนุ่มๆ ของคุณก็มีข้อเสียเช่นกันก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าคุณทั้งคู่จะปรับ ตัว ปรับใจ ยอมรับนิสัยแย่ๆ ได้มั้ย ถ้าไม่ก็คงต้องเซย์กู้ดบายกันหละคราวนี้
(วันที่ยังรักกันดี.. มันก็ไม่เอามาพูดให้เสียน้ำใจกันหรอก แต่พอวันที่มีปากเสียงกัน ทะเลาะกัน ก็ขุดขึ้นมาแฉกัน ไม่แมน ไม่เกิร์ลเลย รับ รู้ นิสัย หรือข้อบกพร่องของกันและกันได้ แต่เวลาโกรธ คุณต้องมีสติ มากพอที่จะไม่นำสิ่งเหล่านั้น มาทำลายความรู้สึกของกันและกัน เพราะข้อบกพร่องเหล่านั้นของคุณ หรือของเค้า แค่เราหรือเค้ารู้แต่เพียงคนเดียว มันก็แย่พออยู่แล้ว.. )13. รู้ว่า.. ต้องไม่เป็นหนังสือที่อ่านง่ายสำหรับเขา คงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า "อะไรที่ได้มาอย่างง่ายๆ มันก็ไปง่ายๆ" ได้เช่นกัน หรือดูไม่มีคุณค่าให้รักษานั่นเอง
(อึ่มม.. ต้องมีฟอร์มบ้าง อันนี้เห็นด้วย แต่บางอย่างคนให้ ให้มาอย่างง่ายๆ และคนรับก็รับมาอย่างง่ายๆ และยังคงเห็นคุณค่าในสิ่งที่ได้มาอย่างง่ายๆ นั้นด้วยก็มีนะ แบบว่า.. ได้รับแบบไม่คิดว่าจะได้รับ อย่างนี้.. มันมีค่าสำหรับผู้รับอย่างมากมาย งงมะเนี๊ยะ)
14. รู้ว่า.. ผู้ชายไม่ใช่ซูเปอร์แมน เขาเองก็อ่อนแอ และท้อแท้เป็น ใครว่าผู้ชายร้องไห้ไม่เป็น.. อันนี้เราต้องเขาใจนะคะ แม้เขาจะมีร่างกายที่แข็งแรงกว่าผู้หญิงเราแต่ก็ก็มีสิทธิ์ใจปลาซิวได้เช่นกัน ดังนั้นอย่าคาดหวังว่าทุกๆ เรื่องผู้ชายของคุณจะเก่งไปซะทุกเรื่อง.. เผลอๆ บางเรื่องผู้หญิงเราทำได้ดีกว่าเขาซะอีก
(ถูกต้องที่สุด.. มีความเข้มแข็งในความอ่อนแอ เชื่อมั๊ย บางครั้งเราเองก็อยากร้องไห้ดังๆ บ้างนะ ร้องฟูมฟายแบบที่ผู้หญิงเค้าทำกัน แต่มันทำไม่ได้ ก็เพราะเสือกเกิดมาเป็นผู้ชาย.. ผู้ชายที่เติบโตมา และถูกสอนมาด้วยคำที่ว่า "ผู้ชายเชี๊ยะไรเค้าร้องไห้กันฟระ" ไรเงี๊ยะ เชื่อเหอะ.. ผมยังอยากร้องไห้เลย และแอบร้องไห้คนเดียว (ตอนลูกไปโรงเรียน) อยู่ประจำตอนมีปัญหาชีวิตถาโถมเข้ามา.. แต่ไม่ได้ร้องบ่อยนะ อิอิ )15. รู้ว่า.. อย่าเรียกร้องความเท่าเทียมจากผู้ชาย ถ้าเรายังดูแลตัวเองไม่ได้ หากคุณยังไม่มีความเข้มแข็งพอ หรือดูแลตัวเองยังไม่ได้ แล้วอย่างนี้เราจะมีสิทธิ์อะไรไปต่อกรกับผู้ชายแมนๆ เขาได้ ดีไม่ดีจะโดนดูถูกเอาด้วยนะ
(อันนี้.. ถ้า 14 ข้อข้างบนอ่านเข้าใจและปฏิบัติตาม ข้อนี้คงไม่เกิดแน่นอน)จบละ..
เอามาจากที่ไหนไม่รู้ คอมเม้นท์อะของเฮียเอง.. เฮียโพสต์ไว้ที่เฟะบุ๊ กลัวไม่มีคนอ่านอะ เลยเอามายัดเยียดไว้ที่นี่ มีไรป่าว.. หึหึอ้างอิง: http://www.facebook.com/markseagle?v=app_2347471856&ref=profile#/notes/eiy-markh-xim-thy/ru-wihi-rk-xang-phu-hing-chlad/178729528590